หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ทำไมญี่ปุ่นยกเว้น VISA ให้นักท่องเที่ยวไทย

ทำไมญี่ปุ่นถึงตัดสินใจยกเว้น VISA นักท่องเที่ยวไทยและมาเลเซีย 

         วันนี้ เล่าให้นักเรียนฟังว่า อีกหน่อยไปเที่ยวญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วนะ อยู่ได้ 14 วัน
นักเรียนแปลกใจ ถามว่า จริงเหรอ ทำไมล่ะ เมื่อก่อนวีซ่าญี่ปุ่นขอยากนะคะเหล่าซือ

        เป็นเรื่องจริงค่ะ เพราะผ่าน ครม.ญีุ่ปุ่นเมื่อวานนี้เอง

        ญี่ปุ่นตัดสินใจยกเว้นข้อกำหนดในการขอวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวไทย และมาเลเซีย เมื่อวันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2556
        รวมทั้งให้ออกวีซ่าประเภทที่สามารถเดินทางเข้า - ออกประเทศได้หลายครั้ง (multiple-entry) ให้กับนักท่องเที่ยวจากฟิลิปปินส์ เวียดนามด้วย
        日本政府宣布放宽旅游签证条件,马来西亚和泰国的游客享有免签证,以吸引更多东南亚游客到访。
     
        มาตรการนี้ต้องการกระตุ้นให้คนไทยและคนในประเทศตะวันออกเฉียงใต้เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นมากขึ้น
        โดยหนังสือปกขาวระบุเหตุผลไว้ว่า 白皮书指出, 东南亚地区 “中产阶层和富裕阶层正在增加, 亲日度较高”, 应加大吸引东南亚游客的力度。
        แปลความได้ว่า ชนชั้นกลางและกลุ่มคนมั่งคั่งในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโต  มีความนิยมชมชอบญี่ปุ่นสูงกว่า จึงควรจะุเพิ่มมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้ให้มากขึ้น        
        ลองมาหาข้อมูลดู  ก็พบว่าสาเหตุหลักเนื่องจากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นลดลงอย่างอวบฮาบตั้งแต่ตุลาคม 2012 จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ฟื้นตัว  
       
        สรุปก็คือ จะหาลูกค้า "กลุ่มคนมั่งคั่่ง" จากตลาดประเทศแถบนี้ไปชดเชยตลาดชาวจีนที่หายไปนั่นเอง 
          
        ในหนังสือปกขาวระบุว่า
        根据共同社获得的白皮书草案,来自韩国、中国的游客占 2012 年访日海外游客总数的大约 65% ( อ่านจากภาษาจีนค่ะ)  
        แปลความได้ว่า ปีที่แล้ว คือปี 2012 ที่่ผ่านมา  ประมาณ 65% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไปเที่ยวญีุ่ปุ่นเป็นชาวจีน (รวมไต้หวันและฮ่องกง) กับชาวเกาหลี  

        หลังเกิดกรณีชาวจีนประท้วงญี่ปุ่นเรื่องเกาะเตี้ยวยวี๋แล้ว  ชาวจีนก็ไปเที่ยวญี่ปุ่นน้อยลง   
        鉴于中日双方因钓鱼岛问题关系紧张,2012 年第四季度中国大陆赴日游客人数同比降低 40%。
        แปลความได้ว่า สืบเนื่องจากปัญหาตึงเครียดกรณีเกาะเตี้ยวยวี๋  ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวจีนที่ไปญี่ปุ่นลดลงในไตรมาสที่ 4 ( ตุลา - ธันวา) ของปี 2012 รวม 40%
        (และมีการลดลงอย่างต่อเนื่องถึง 7 เดือน เฉพาะ มค. - พค. ปี 2013 นี้ลดลงไปประมาณ 7 แสนกว่าคน ก็เกือบจะเท่ากันกับจำนวนคนที่ไปจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมกันทั้งปี 7.8 แสนคน มากทีเดียว )

       สมุดปกขาวว่าด้วยการท่องเที่ยวประจำปี 2013 ยังระบุด้วยว่า
       รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าที่จะเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวจากประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 2.5 เท่าใน 3 ปีข้างหน้า  คือ จาก 780,000 คนในปัจจุบัน เป็น 2 ล้านคน
       ข้อมูลจาก  http://www.nanyang.com/node/540539?tid=643 เว็บไซต์หนานหยาง มาเลเซีย
                     http://www.nanyang.com/node/540539?tid=643
                     http://xm.ifeng.com/xmlvyou/jwxy/detail_2013_05/28/843223_0.shtml  


..............................................................  
จบประเ็ด็นเรื่องวีซ่าเข้าญี่ปุ่นค่ะ

       ทีนี้มาดูตัวเลขที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทยบ้างดีกว่า  (ข้อมูลจาก http://mil.21cn.com ) ย่อๆ นะคะ

       ปี 2012  ชาวจีนมาเที่ยวไทย  2.82 ล้าน / คน / เที่ยว    ( ก็เป็นตัวเลขไม่น้อยนะคะ )
       ททท. คาดว่าจะมีชาวจีนเดินทางมาไทย  3.4 ล้านคนในปี 2013      เพิ่มขึ้น 21.3%  
       ซึ่งคาดว่าจะมีส่วนกระตุ้นให้ธุรกิจและอาชีิพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายสินค้า รวมถึงการเหมาลำสายการบิน การเพิ่มยอดขายของสายการบินต้นทุนต่ำฯ  
       เรียกว่าประเทศไทยก็ได้ส่วนแบ่งตลาดนักท่องเที่ยวจีน ไ้ด้อนิสงค์จากการที่เขาไม่ไปญี่ปุ่น แต่มาประเทศไทยแทนค่ะ

       เกาหลี  เป็นประเทศที่ได้รับส้มหล่น จากการที่คนจีึนไม่ไปเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ
       มีคนจีนไปเที่ยวเกาหลี ภายในเดือนเมษายน 2013 เดือนเดียว 3 แสนกว่าคน เป็นสถิติที่สูงสุดของเกาหลี
       คิดเป็น 36% ของนักท่องเที่ยวที่ไปเกาหลีทั้งหมด เรียกว่าในทุกๆ 3 คน จะเป็นชาวจีน 1 คน
       4 月来访韩国的中国游客数量同比猛增 40%, 达到 30.1980 万人次。这是首次单月访韩中国人数量突破 30 万关口 


       ที่สหรัฐฯ
       นักท่องเที่ยวจีนถูกเรียกว่า " กระเป๋าตังค์ที่เดินได้" ซึ่งหมายถึงมีกำลังซื้อสูงได้รับความสนใจอย่างมาก  
โดยตัวเลขในปี 2012 คนจีนไปเที่ยวสหรัฐฯ เกือบ 1.1 ล้านคน  สูงเป็นอันดับ 1 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของสหรัฐฯ
     คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 46% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด 
     ค่าใช้จ่ายต่อคนเฉลี่ยอยู่ที่                        7000  เหรียญสหรัฐ  
     อันดับสองคือนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น                         
     ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่                        4500  เหรียญสหรัฐฯ 
     อ้างอิงจาก เว็บไซต์  搜狐
       ..............................................
ดิฉันเอาภาษาจีนมาแปะไว้ด้วย เผื่อบางท่านจะอ่านรายละเอียดจากต้นฉบับ  บางท่านอาจจะแปลเพิ่มเติม
แต่ถ้าจะเอาข้อมูลภาษาไทยที่เหล่าซือแปลไว้ไปเผยแพร่ต่อ  ขอความกรุณาให้เกียรติอ้างอิงแหล่งที่มาและคนแปลหน่อยนะคะ จะได้รู้สึกดีทั้งสองฝ่ายค่ะ     
ขอบคุณข้อมูลจากเว็ตไซต์ต่างๆ ค่ะ
感谢:
中新网
搜狐
作者: 余显伦
Photo: EPA
................................................................

原标题 [泰机构: 2013 年中国赴泰游客有望达到 340 万人次]
  中新社曼谷 2 月 1 日电 (记者 余显伦) 2013 年赴泰国旅游的中国游客总数有望达到 340 万人次, 比 2012 年增长21.3%, 占全泰外国入境游客总数的 14%。
  泰研究机构开泰研究中心 1 日称, 2013 年中国游客仍将继续成为泰国旅游市场外国入境游客的最大来源国, 其原因是中国经济持续增长促使赴海外旅游的中国游客人数快速增长, 而泰国则是中国游客海外旅游的重要目的地之一。该中心预期, 2013 年中国游客为泰国带来的旅游收入可望达 1230 亿泰铢。
  据悉, 2012 年赴泰旅游的中国游客达到了 282 万人次左右。
  这家研究机构表示, 泰国旅游市场的外国入境游客人数 2013年有望以 10% 的速度持续增长, 其入境游客总数可望达到约 2450 万人次, 为泰国带来的旅游收入将达 1.06 万亿泰铢, 比2012年增长 14.0%。
  该机构称, 此一业绩的取得主要得益于泰国与旅游业相关的政府部门和民间机构密切配合, 更积极主动地在外国组织泰国旅游推介活动, 廉价航空业持续增长, 包括开通了更多廉价航空线路和增加了廉价航班次数, 以及增加了直航泰国的包机班次等。
  作者:余显伦     http://mil.21cn.com   
 ......................................
据韩联社报道, 据韩国法务部出入境与外国人政策本部19日消息,4月来访韩国的中国游客数量同比猛增40%,环比增加15%,达到30.1980万人次。这是首次单月访韩中国人数量突破30万关口。

  其中中国人占36%, 换言之,到访的每 3 名外国人中有 1 人是中国人。
 
  另一方面, 今年前4个月入境的中国游客累计人数突破100万人次, 多于日本人的91万人次。

   (中新网2013年5月20日来源中国新闻网)
....................................
搜狐-10 มิ.ย. 2556แชร์
在赴美的各国游客中,中国“会走路的钱包”以其强大的消费能力备受关注, ... 称,去年中国游客访美人数将近110万,增速位列十大客源国第一,高达46%。 ... 年在美人均消费超过7000美元,比排名第二的日本游客足足多出2500美元。
........................................
23 05, 4:49  

中国赴日游客人数连续7个月同比减少

( แปลว่า นักท่องเที่ยวจีนที่ไปเที่ยวญ่ปุ่นลดลดต่อเนื่อง 7 เดือน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว)



ขอบคุณ ภาพจาก Photo: EPA
       
...................................

สองวันก่อนเป็นวันนักกวีจีน และเป็นเทศกาลทานขนมบะจ่าง เลยเอารูปขนมบะจ่างมาฝากค่ะ ไม่เกี่ยวกับเรื่องวีซ่าญี่ปุ่นนะคะ



端午节 泰国华裔的 粽子



อ้อ  บะจ่างนี้ไม่เกี่ยวกับการเที่ยวก็จริง แต่เวลาจะไปเที่ยวไหนที เหล่าซือก็จะเล็งของกินไว้ก่อนค่ะ
ว่าสถานที่ที่จะไปนั้น มีอาหารที่เหล่าซือชอบกินหรือเปล่า
อันนี้เป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งในการตัดสินเลยค่ะว่าจะไปหรือไม่ไป
สำคัญยิ่งกว่าเรื่องวีซ่าอีกค่ะ

จาก   http://www.oknation.net/blog/chineseclub/2013/06/13/entry-1



Flag Counter


Flag Counter

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ศิลปะการเขียนพู่กันจีน อีกกิจกรรมหนึ่งที่เราจัดให้กับนักเรียนภาษาจีน

ศิลปะการเขียนพู่กันจีน 中國書法

เป็นมรดกทางวัฒนธรรมจีนอย่างหนึ่งค่ะ
ถ้าเห็นการเขียนพู่กันจีน หรือ ภาพวาดพู่กันจีน ก็จะนึกถึงภาพของความเป็นจีนทันทีเลยค่ะ

ภาพวาดจีน กับ ภาพวาดสำน้ำมันแบบตะวันตก แตกต่างกันอย่างไร

中國畫 跟 西方油彩畫 有什麽不同 ?

แตกต่างกันอย่างนี้ค่ะ 
ภาพวาดจีน วาดด้วยหมึกดำกับน้ำ  ภาพสีน้ำมัน วาดด้วยสี
ภาพวาดจีน ในภาพมักจะมีที่ว่างเปล่า ภาพสีน้ำมัน จะต้องระบายสีเต็มไม่เหลือที่ว่าง
ภาพวาดจีน มักจะเขียนบนผ้า  ส่วนภาพวาดตะวันตก มักจะเขียนบนกระดาษ

ภาพวาดจีนแบบใช้พู่กันจุ่มหมึกดำเขียน 


ข้อความบนเป็นชื่อจีนของสถาบันฟิวเจอร์ซี ภาพบนเป็นการเขียนแบบพู่กันจีน

แต่ถ้าเขียนด้วย font  คอมพิวเตอร์  ก็จะหน้าตาเป็นอย่างข้างล่างนี้ค่ะ

อักษรจีนตัวเต็ม 銘中漢語中心  และ อักษรจีนตัวย่อ 铭中汉语中心 

จะเห็นว่าความสวยงามของตัวอักษรมันคนละเรื่องกันเลย

ที่สถาบันสอนภาษาจีนของดิฉัน  จะไม่สอนภาษาอย่างเดียว และจะไม่สอนให้เด็กท่องจำด้วยค่ะ
เพราะถือว่านั่นยังเข้าไม่ถึงแก่นของวัฒนธรรม เข้าไม่ถึงแก่นของภาษา 

แต่จะมีกิจกรรมวัฒนธรรมจีนอื่นๆ เสริมด้วย ที่เคยเอามาลงบล็อกก็มีการสอนร้องเพลงจีนบ้าง
แต่เราไม่ได้ร้องเพลงจีนอย่างเดียวนะคะ เรายังมีการเขียนและวาดรูปพู่กันจีนด้วยค่ะ


เมื่อวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา เราก็มีกิจกรรมพู่กันจีนอีก
(ไม่ได้มีบ่อยนะคะ เพราะกิจกรรมนี้มักทำให้โต๊ะตัวสวยที่เหล่าซือไปเลือกหาตั้งนานนั้นเลอะหมึกดำค่ะ )


แต่พอเห็นผลงานที่เด็กๆ ตั้งใจทำออกมา ภายในเวลาชั่วโมงกว่าๆ แล้วชื่นใจมากจนต้องขออนุญาตนำมาโชว์ในบล็อก เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเด็กๆ ที่ตั้งใจทำออกมา
ไม่ว่ากันนะคะ  


ผลงานวาดภาพด้วยพู่กันจีน  มีเพียงกระดาษ หมึกฝนสีดำ พู่กัน และ ถาดฝนหมึก 
ที่เรียกว่า 文房四宝


เหล่าซือไม่ได้สอนเอง  ผบ. ของเหล่าซือเป็นคนสอนค่ะ
ออกตัวก่อนค่ะว่า ผบ. ของเหล่าซือเขาก็ไม่ใช่นักเขียนพู่กันมืออาชีิพนะคะ  เทียบกับบล็อกเกอร์มือโปรทั้งหลายไม่ได้ค่ะ

เพียงแต่ใจรัก  ก็เลยสอนให้เด็กๆ พอได้พื้นฐานเล็กๆ ได้ความเพลิดเพลิน และเด็กๆ ก็ชอบให้เขาสอนค่ะ


ดูผลงานเด็กๆ กันดีกว่า พูดยาวออกทะเล
ภาพนี้เป็นผลงานของน้องเพ่ยๆ   


ส่วนรูปนี้เป็นผลงานของน้องปัณปัณ


ภาพบนทั้งหมดเป็นภาพที่ถ่ายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาค่ะ
.......................................................................................


แต่ภาพล่างๆ ต่อไปนี้ไปขุดภาพเก่ามาลงเพิ่มค่ะ


ส่วนนี้เป็นภาพที่ไม่ได้เขียนด้วยหมึก แต่เขียนด้วยน้ำ 


ใช้พู่กันจุ่มน้ำ แล้วเขียนบนกระดาษเขียนน้ำ (ที่เหล่าซือไปหาซื้อเองบ้าง ฝากนักเรียนซื้อจากเซี่ยงไฮ้บ้าง)
พอน้ำแห้งก็เขียนได้อีก  อย่างนี้ประหยัดและไม่เลอะ  แต่กระดาษหาซื้อยากหน่อย  
เหล่าซือก็เลยหวงกระดาษมาก แต่แจกให้เด็กๆ คนละใบ พู่กันคนละด้าม เอากลับบ้านไปฝึกต่อ
ตอนไปออกงานอาเซียนที่สีลม มีคนมาขอซื้อ บอกไม่ขายค่ะ  


ภาพล่างนี้เป็นนักเรียนเด็กรุ่นแรกๆ ที่มาเรียนที่ฟิวเจอร์ซี ท่าพระค่ะ
ถ่ายไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2005  คนในภาพตอนนี้โตหมดแล้วค่ะ 


                                                               
.......................................................


เกี่ยวกับภาพเด็กๆ  เขียนพู่กันจีนนี้  
สถาบันสอนภาษาจีนฟิวเจอร์ซี  มีโอกาสต้อนรับทีมถ่ายทำของเครือเนชั่น 2 ครั้งนะคะ 
ครั้งแรกก็ปี 2007 (2550) โน้นค่ะ


สองภาพที่เห็นพื้นกระดาษโปสเตอร์สีแดงนี้  
เป็นภาพที่เหล่าซือถ่ายไว้ตอนทีมงานของรายการชีพจรโลก
มาถ่ายภาพนักเรียนเขียนพู่กันจีนที่ ฟิวเจอร์ซี ท่าพระ
เพื่อนำไปใช้ประกอบรายการชีพจรโลก ในหัวข้อ การเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย 
แพร่ภาพช่อง 9 (สมัยนั้น)


และต่อมาสองภาพนี้ก็ได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  เป็นภาพประกอบข่าวที่นักข่าว น.ส.พ. ฉบับนี้สัมภาษณ์เหล่าซือตอนเจอกันในงานแถลงข่าวเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยปัญหาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย
ซึ่งนำทีมวิจัยโดย ดร. เขียน ธีระวิทย์ ศูนย์จีนศึกษา จุฬาฯ
(ตอนนั้น อาจารย์เขียนท่านให้โอกาสเหล่าซือมีส่วนร่วมเล็กๆ ในงานวิจัยนั้นด้วย)
และต่อมาอีก ก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งจากเทคโนบางมดฯ มาบอกเหล่าซือว่ามีคนนำสองภาพนี้ไปโพสต์ในเน็ต แต่ไม่ได้อ้างอิงว่าภาพจากที่ไหน
.......................................... 


ครั้งที่สอง ฟิวเจอร์ซี มีโอกาสได้ต้อนรับทีมงานจากรายการการศึกษา ของ แมงโกทีวี เครือเนชั่น อีกครั้ง
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2010 ( 2553) 


ภาพบน คือ พิธีกรคนเก่งของแมงโกทีวีค่ะ


ส่วนภาพนี้ คือ ทีมถ่ายทำระดับมือโปร  ต่อหน้ากล้องแบบนี้ เหล่าซือเลยพูดอะไรผิดๆ ถูกๆ (โทษกล้อง) 


หัวหน้าทีมถ่ายอารมณ์ดี ก็ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างสบายๆ


จ้องแบบนี้ เด็กก็เกร็งสิคะ







พิธีกรมองตามมือน้องด้วยความสนใจ  (อยากจุ่มเล่นบ้างอ่ะครับ)


ดูสีหน้าของพิธีกร กับ น้องคนนี้นะคะ
น้องมองพิธีกรด้วยความสนใจ แต่คงตื่นเต้นจนยิ้มไม่ออก 
คนเสื้อสีฟ้าที่ยืนข้างหลังก็คือคนสอนเขียนพู่กันนะคะ


...................................................

ทีมถ่ายทำของแมงโกทีวี ตอนนั้นมาถ่ายทำอะไรหรือคะ 


เขามาทำสกรู๊ปสัมภาษณ์นักเรียนเหล่าซือที่ได้ทุนรัฐบาลจีนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศจีน
ซึ่งในปีนั้น ได้พร้อมกันสองคน และเป็นนักเรียนดีทั้งคู่ด้วยค่ะ

คนกลางเสื้อลาย คือ คุณปึ๊ง เกียรตินิยมจากรัฐศาสตร์ IR จุฬาฯ ได้รับทุนไปเรียนต่อสาขาเศรษฐศาสตร์
ที่มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น (复旦大学)  ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของนครเซี่ยงไฮ้

คนริมเสื้อลายน้ำตาล คือ คุณโจ้ เกียรตินิยมจากวิศวเคมี จุฬาฯ ได้รับทุนไปศึกษาต่อสาขาบริหารอุตสาหการ
ที่มหาวิทยาลัยชิงฮว๋า (清华大学) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งสายวิทย์ของจีน 

ขอบคุณ พื้นที่ของ กูเกิ้ล 

ขอบคุณบล็อกเกอร์  ผู้อ่าน ทุกท่านค่ะ





















Facebook: Suwanna Future C 



Flag Counter Flag Counter ..๑๑๑๑๑

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

BTS ขึ้นราคาแล้วตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2013 และตารางค่าโดยสารใหม่

 

ค่ารถไฟฟ้า BTS ปรับขึ้นแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2013

ก่อนหน้านี้ ดิฉันเคยโพสต์เรื่อง ค่ารถไฟฟ้าที่ปักกิ่ง  2 หยวน ( 10 บาท) ตลอดสาย (ต่อกี่สายก็ได้) 


ตอนนี้ มาดูค่ารถไฟฟ้า BTS ใน กทม. ที่ปรับขึ้นไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2013 นี้กันบ้าง  

โดยที่ผู้ว่า กทม. บอกว่า เป็นสิทธิ์ของบริษัทเจ้าของสัมปทาน (ทำำอะไรไม่ได้) 

ผู้ว่าสุขุมพันธ์บอกว่า อีก 17  ปีถึงจะครบสัญญาสัมปทาน 

ผู้ประกอบการบอก เชื่อว่าคนก็ต้องใช้เป็นปกติเหมือนเดิม เพราะมีความจำเป็น

มาดูนะคะ ค่าโดยสาร สถานีเดียว 15 บาท  สองสถานี 22 บาท
เป็นค่ารถที่สมเหตุผลมาก ? !   

บัตรเดินทางของคนทำงานที่ใช้เดินทางไปทำงาน  ประเภท 50 เที่ยว ใช้ภายใน 30 วัน  ปรับขึ้นเป็น 1,100  บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 22 บาท (ก็หมายความว่า ค่าเดินทางของคนทำงานใน กทม. อย่างน้อย เดือนละ 1100 บาท ไม่รวมค่ารถประเภทอื่นอีก)
ประเภท 40 เที่ยว ใช้ภายใน 30 วัน  ราคา 920 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 23 บาท 
ประเภท 25 เที่ยว ราคา 625 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 25 บาท
ประเภท 15 เที่ยว ราคา 405 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 27 บาท

บัตรโดยสารนักเรียนนักศึกษา  ประเภท 50 เที่ยว  ราคา 800 บาท  เฉลี่ยเที่ยวละ 16 บาท ก็แสดงว่านักเรียนนักศึกษา ค่าเดินทางรถ บีทีเอส อย่างน้อย 800 ต่อเดือน
ประเภท 40 เที่ยว ราคา 680 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 17 บาท 
ประเภท 25 เที่ยว ราคา 475 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 19 บาท และ ประเภท 15 เที่ยว ราคา 315 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 21 บาท
ยังมีอย่างอื่นอีกนะคะ ไม่ใช่แค่ค่ารถ บีทีเอส เท่านั้น
ค่าเรือ ค่ารถเมลล์  ค่าผ่านทางด่วน ขึ้นหมด (เลื่อนลงดูรายละเอียดท้ายเอนทรี่ค่ะ)
 มาดูตารางการขึ้นค่า บีทีเอส ก่อน 
     
ตารางค่าโดยสาร BTS สาย จากสนามกีฬา - สถานีสะพานตากสิน หลังปรับราคา  
ที่เห็น 37 บาท คือ ค่าโดยสารถึงแค่ สถานีสะพานตากสิน ถ้านั่งถึงวงเวียนใหญ่ ตลาดพลู ต้องจ่ายเพิ่ม  สถานีที่ 8 เป็นต้นไป 42 บาท / เที่ยว 
ตารางค่าโดยสาร BTS สาย จากสถานีหมอชิต - สถานีอ่อนนุช  หลังปรับราคา

  


ขอบคุณภาพจากเดลินิวส์ออนไลน์



** คาดยอดผู้ใช้ ยังไง ก็ต้องใช้ เพราะจำเป็น 

       น.ส.อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
         ในแง่ของการปรับขึ้นราคารถไฟฟ้า ถือว่าเป็นรายได้ของผู้ประกอบการอยู่แล้ว ซึ่งการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารจะเป็นไปตามการคำนวนรอบตามอัตราค่าเงินเฟ้อและเป็นไปตามสัญญาสัมปทานและค่าตอบแทนเทียบกับรายได้ค่าแรงขั้นต่ำ จากในปัจจุบันที่จำนวนรถเพิ่มขึ้นและปัญหารถติดเรื้อรังทำให้มีจำนวนคนที่หันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีและตัวรถไฟฟ้าเองก็ขยายเส้นทางออกหลายสายไปยังเขตชานเมืองด้วย เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสารในแต่ละวัน

     
       อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารจะทำให้ผู้โดยสารลดลง และจะส่งผลกระทบในระยะแรกๆ เท่านั้น

       แต่มองในแง่ดีที่ว่าสะดวกและเดินทางได้รวดเร็วขึ้น ปัญหายอดผู้โดยสาร เชื่อว่าก็จะกลับมาใช้เป็นปกติเหมือนเดิมเพราะยังคงจำเป็นอยู่ ด้านผู้ประกอบการก็จะได้ประโยชน์จากการปรับราคาค่าโดยสารเพื่อนำไปพัฒนาส่วนต่อขยายซื้อขบวนรถหรือหัวรถจักรได้ใหม่ จึงไม่มีผลกับราคาหุ้นของ BTS และ BTSGIF

......................................


ข่าวจากเดลินิวส์  BTS ขึ้นราคาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2013 

วันนี้ BTS ขึ้นราคา 2 บาท!
วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2556 เวลา 08:46 น.
วันนี้ (1 มิ.ย.) เป็นวันแรกที่รถไฟฟ้าบีทีเอส ขึ้นราคาค่าบริการ โดยมีอัตราการปรับราคา ดังนี้
จากสถานีหมอชิต - สถานีอ่อนนุช  และจากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีสะพานตากสิน จาก 15 – 40 บาท เป็น 15 – 42 บาท โดยจะเรียกเก็บสถานีแรก 15 บาท, สถานีที่สอง ราคา 22 บาท, สถานีที่สาม 25 บาท, สถานีที่สี่ 28 บาท, สถานีที่ห้า  31 บาท, สถานีที่หก 34 บาท, สถานีที่เจ็ด 37 บาท และจากสถานีที่แปดเป็นต้นไป 42 บาท
การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ ถือเป็นการปรับราคาค่าโดยสารครั้งที่ 2 นับจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้ามาตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค.42
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  ระบุว่า ค่าโดยสารที่เรียกเก็บใหม่นี้ บริษัทฯ พยายามคงอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่ให้สูงจนเกินไป คือเพิ่มขึ้นเพียงเที่ยวละ 2 บาท
และยังคงมีโปรโมชั่นเที่ยวเดินทางประเภท 30 วันทั้งสำหรับบุคคลทั่วไปและนักเรียนนักศึกษา โดยได้กำหนดราคาใหม่เป็นดังนี้
สำหรับบุคคลทั่วไป ประเภท 50 เที่ยว ราคา 1,100  บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 22 บาท  ประเภท 40 เที่ยว ราคา 920 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 23 บาท  ประเภท 25 เที่ยว ราคา 625 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 25 บาท และ ประเภท 15 เที่ยว ราคา 405 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 27 บาท
สำหรับนักเรียนนักศึกษา ประเภท 50 เที่ยว ราคา 800 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 16 บาท
ประเภท 40 เที่ยว ราคา 680 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 17 บาท  ประเภท 25 เที่ยว ราคา 475 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 19 บาท และ ประเภท 15 เที่ยว ราคา 315 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 21 บาท
สำหรับบัตรแรบบิทและบัตรสกายสมาร์ทพาส เดิมสามารถใช้ได้ถึง 31 ธ.ค.นี้ ส่วนผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป จะยังคงให้ส่วนลด 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อใช้บัตรแรบบิท ประเภทผู้สูงอายุ โดยสามารถเดินทางได้ไม่จำกัดเวลาตั้งแต่ 1 มิ.ย.56 - 31 พ.ค.57  ซึ่งจะเป็นการคิดจากอัตราค่าโดยสารใหม่ของบัตรโดยสารเที่ยวเดียว โดยเริ่มต้นสถานีแรกที่ 7 บาท จนสูงสุด 21 บาท ตั้งแต่เวลา 06.00 - 24.00 น. ของทุกวัน
........................................................
ผู้ว่าฯกทม. แจงปรับราคารถไฟฟ้า
วันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2556 เวลา 11:32 น.
"สุขุมพันธุ์"แจงปรับขึ้นราคารถไฟฟ้าบีทีเอส อ้างเป็นสิทธิ์ของเอกชน เผยหลังหมดสัญญา กทม.สามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารเองได้
วันนี้  (26 เม.ย. )  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ออกมาชี้แจงเรื่องการปรับขึ้นราคารถไฟฟ้าบีทีเอสได้ ผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทั้งเฟสบุ๊ค และ ทวิสเตอร์ โดยระบุว่า
"จากที่มีกระแสข่าวเรื่องรถไฟฟ้า BTS ขอขึ้นค่าโดยสาร  ขอเรียน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน กทม.สามารถกำหนดค่าโดยสารในระบบบีทีเอสได้เอง เฉพาะส่วนต่อขยายที่เป็นส่วนของกทม.ลงทุนเอง อย่างที่ได้บอกไว้ตั้งแต่แรก คือ ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ตั้งแต่สถานีอ่อนนุช ถึงสถานีแบริ่ง และ ส่วนต่อขยายสายสีลม ตั้งแต่สถานีกรุงธนฯ ถึงสถานีบางหว้า
      ส่วนในกรณีที่บีทีเอส เตรียมปรับขึ้นราคาโดยสารเป็นสิทธิ์ของบีทีเอส   ที่จะขึ้นราคาค่าโดยสาร ซึ่งก่อนหน้านั้น กทม.เองได้ขอความร่วมมือมาโดยตลอดครับ
      แต่ในอนาคตอีก 17 ปีข้างหน้า หลังหมดสัญญาสัมปทานบีทีเอส จะตกเป็นทรัพย์สินของ กทม. ซึ่งจะสามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารได้เอง
ขอยืนยันว่าสิ่งที่ กทม.ดำเนินการว่าจ้างบีทีเอสเดินรถไฟฟ้า 30 ปี เป็นความถูกต้องครับ"
         หลังจากบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส เปิดเผยว่า บีทีเอสเตรียมปรับขึ้นค่าโดยสารในเดือนเม.ย.หรือมิ.ย.นี้รถไฟฟ้าบีทีเอสเล็งขึ้นค่าโดยสารเม.ย.นี้ หลังต้นทุนค่าจ้างแรงงาน รวมถึงต้นคุนค่าไฟฟ้าสูงขึ้น เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา สร้างความไม่พอใจในกลุ่มสังคมออนไลน์อย่างมาก..
ขอบคุณข่าวจาก http://www.dailynews.co.th/bkk/200077
 ........................................
คนกรุงจ๊าก! ค่าครองชีพพุ่งกระฉูด "รถไฟฟ้า-ทางด่วน - รถเมล์ - เรือ" ขึ้นราคายกแผง
updated: 01 พ.ค. 2556 เวลา 10:12:01 น.
ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
คนกรุงจุก ! ค่าครองชีพการเดินทางพุ่ง "บีทีเอส" อั้นไม่ไหวปรับค่าโดยสาร มิ.ย.นี้   
"เรือด่วน" ขอเจ้าท่าขึ้น 2 บาท 
รถเมล์ร่วมเพิ่ม 2 บาททั้งรถร้อน - ปรับอากาศ 
"ทางด่วน" เริ่ม 1 ก.ย.นี้ ขึ้น 5 บาททั้งโครงข่ายในเมือง-นอกเมือง
นายอาณัติ อาภาภิรม ที่ปรึกษาคณะกรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี บอกว่า
"
ที่จัดเก็บอยู่ 15 - 40 บาท ยังไม่เต็มเพดานที่ กทม.อนุมัติไว้ปี 50 อยู่ที่ 15-45 บาท เราก็ใช้อัตรานี้มาน 6 ปี ต้นทุนเดินรถก็เพิ่มน่าจะถึงเวลาที่จะต้องพิจารณาปรับค่าโดยสารใหม่ เป็นไปตามสัญญามีสิทธิ์ปรับได้ทุก 18 เดือนตามดัชนีผู้บริโภคเพิ่มขึ้น"

ปี 2555 กทม.อนุมัติเพดานค่าโดยสารใหม่อยู่ที่ 18 - 56 บาท  
ผู้ใช้บริการที่มีอยู่ 6.1 - 6.2 แสนเที่ยวคน / วัน 

กทม. ไฟเขียว เริ่มใช้ มิ.ย.นี้

นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า เป็นสิทธิ์ของบีทีเอสสามารถปรับค่าโดยสารได้ทุกปี "ปรับขึ้นราคามี 2 กรณี คือ ตามสัญญาสัมปทานให้ปรับได้ทุก 1 ปี และดัชนีผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเกิน 5% ก็เป็นสิทธิ์บริษัท กทม.ห้ามไม่ได้แต่ขอปรับเต็มเพดาน 18 - 56 บาทคงรับไม่ได้"

นายอมรกล่าวว่า ประเมินเบื้องต้นดัชนีผู้บริโภคปรับขึ้นเกิน 5%  
แต่กทม.ได้ลดค่าโดยสารบีทีเอสส่วนต่อขยายช่วงอ่อนนุช - แบริ่ง
และตากสิน - บางหว้าเหลือ 10 บาทตลอดสาย เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 2013

เรือ - รถร่วม ขสมก. ขอขึ้น 2 บาท

บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ขอปรับขึันค่าโดยสารเรือด่วนทุกประเภทอีก 2 บาท ได้แก่ 
เรือด่วนธงเหลือง จาก 20 บาท เป็น 22 บาท 
เรือด่วนธงส้มจาก 15 บาท เป็น 17 บาท 
และเรือโดยสารประจำทางจอดทุกท่า  เริ่มที่ 10, 12, 14 บาท เป็น 12, 14, 16 บาทตามลำดับ

สมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชน ทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมขอปรับค่าโดยสารรถร่วมบริการ อีก 2 บาท  รถธรรมดาจาก 8 บาท  เป็น 10 บาท  
และรถปรับอากาศสีน้ำเงิน  ปรับเพิ่มระยะละ  2 บาท  จาก  11 - 19 บาท  เป็น  13 - 21 บาท 

รถปรับอากาศสีเหลือง  จาก 12 - 22 บาท  เป็น 14 - 24 บาท   

ขอบคุณ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1367226100&grpid=03&catid=03

Flag Counter