หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

KLIA กัวลาฯ มีระบบ Airport Coach เชื่อมต่อเข้ากับท่าอากาศยาน


เรื่องความสะดวกรวดเร็ว เป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางระหว่างประเทศ  

KLIA กัวลาฯ กับสุวรรณภูมิ อะไรคือข้อแตกต่างที่สำคัญที่้สุด !
ระบบขนส่งรถ Coach เชื่อมต่อเข้ากับ KLIA
คนมาเลย์นิยมใช้ระบบรถโค้สและขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อกับสนามบิน เพราะสะดวกสบายมาก
แล้วทำไม Airport Link ของเราถึงได้ขาดทุน ?

KLIA Kuala Lumpur International Airport 
มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรที่แตกต่างจาก  
SUVARNABHUMI AIRPORT สุวรรณภูมิ ?


สนามบิน KLIA เป็นสนามบินที่แยกกัน กับ สนามบินของสายการบินแอร์เอเชีย (ที่ใช้ชื่อย่อว่า LCCT )
เหมือนบ้านเราที่แยกเป็น สนามบินสุวรรณภูมิ กับ สนามบินดอนเมือง

เอนทรี่นี้ต่อจากเอนทรี่ที่แล้ว เรื่อง

SUVARNABHUMI ของไทย กับ KLIA Kuala Lumpur ของมาเลเซีย เทียบกันแล้วมีอะไรต่างกันบ้าง (อ่านความเดิม คลิกที่นี่ค่ะ)




(ต่อ) หลังจากเครื่องเดินทางถึง KLIA  ก็ไปเทียบทางเชื่อม (งวง) เข้าตัวอาคารผู้โดยสาร 
ไม่ต้องลงบันไดจากเครื่องเพื่อเผชิญฝนหรือแดด ไม่ต้องปรับอุณหภูมิทันทีเหมือนที่สุวรรณภูมิ
แต่มีเรื่องที่สับสนนิดหน่อยสำหรับคนเพิ่งไปครั้งแรกและไม่ได้หาข้อมูลมาก่อนอย่างดิฉัน ก็คือ
ทั้งผู้โดยสารขาเข้าและขาออกจะต้องใช้ทางเดินร่วมกันไปที่สถานีรถไฟฟ้าภายในสนามบิน
เพื่อจะไปผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าเดินทาง

 สังเกตภาพล่างนี้นะคะ พอเดินมาถึงจุดนี้ ให้เดินผ่านไปตรงช่องกลางชั้นล่างนี่ค่ะ
(สำหรับผู้โดยสารขาเข้ามาเลเซีย  ถ้าขาออกจากมาเลเซียก็ต้องเดินผ่านออกมาจากช่องนี้เหมือนกันเพื่อไปขึ้นเครื่อง)


ผ่านเข้าไปจะเป็นตึกนี้ค่ะ 

 

  
 





  รูปโครงกระดูกภายในอาคารสนามบินที่เตือนใจคนซื้อเหล้า Duty Free

 

ไปขึ้นรถไฟฟ้าภายในสนามบิน เพื่อไปผ่านด่าน ตม.   
ไม่ต้องเดินไกล ไม่ต้องรอรถลีมูซีนแบบที่สนามบินสุวรรณภูมิ
รถไฟฟ้ามาเร็วมาก  และเพียงประมาณ 1 นาทีก็ถึงอีกอาคารหนึ่งแล้ว
รถไฟฟ้าบริการภายในสนามบินที่บ้านนเรายังไม่มี แต่ที่สนามบินนานาชาติปักกิ่งมีนานแล้ว



 


 

 จุดสายพานรับกระเป๋าสัมภาระเดินทาง มีป้ายหลายภาษามาก
มาเลย์  อังกฤษ  จีน  ญี่ปุ่น  อาหรับ   นับได้ 5 ภาษา
机场内指示牌以英文马来文汉语日文阿拉伯文书写。
นอกจากนี้ มีการใช้เสียงภาษาอังกฤษ มาเลย์ จีนกลาง และ ญี่ปุ่น ในการประกาศภายในสนามบิน
另外,机场亦使用英語馬來語汉语日語做机场资讯及通知的广播的语言。

ส่วนที่สุวรรณภูมิก็เพิ่งจะเพิ่มป้ายภาษาจีนอย่างที่เล่าไว้ในเอนทรี่ก่อนหน้านี้
จะเห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับคำว่า "นานาชาติ" มากกว่า ที่จะคิดว่า ภาษาอังกฤษภาษาเดียวก็ "นานาชาติ" แล้ว
มิติ  วิสัยทัศน์  ในการเข้าใจ และมองคำว่า นานาชาติ  ลึกและกว้างกว่า 


หลังจากรับกระเป๋็าเสร็จก็ออกจากสนามบิน KLIA  เข้าตัวเมืองกัวลาลัมเปอร์ ประมาณ 60 กม.
ใช้เวลาเดินทางโดยรถส่วนตัวประมาณ 1 ชม. นิดๆ
สองข้างทางที่ผ่านเพื่อเข้าเมือง ไม่เหมือนบ้านเราที่ระหว่างทางจากสนามบินเข้ากรุงเทพฯ มีแต่เมือง
สองข้างทางที่นั่นเป็นสวนปาล์มค่ะ  ตอนนั้นก็มืดแล้ว
เรื่องแท๊กซี่จากสนามบิน เคยมีนักเรียนเล่าให้ฟังว่า แท๊กซี่ที่นั่น "ไม่โอ"  
เจอแบบที่ไปถึงครึ่งทางก็ยกกระเป๋าของเราลง ให้ไปต่อแท๊กซี่อีกคันนึง
ทำไมเป็นอย่างนั้น ?
คนท้องถิ่นที่มารับบอกว่า เป็นเพราะแท๊กซี่บางคันไม่มีใบอนุญาต เข้าไปในตัวเมืองกัวลาฯ ไม่ได้  
เขาจึงรับแล้วเอาผู้โดยสารไปส่งต่อให้แท๊กซี่อีกคัน  

ซึ่งฟังดูก็เสียวๆ แอบน่ากลัว เพราะสองข้างไม่ได้มีบ้านคนหนาแน่นเหมือนบ้านเรา
แถมคนท้องถิ่นยังเล่าว่า เดี๋ยวนี้อาชญากรรมในกัวลาฯ เยอะมาก
มีแรงงานต่างชาติเข้ามามาก เช่น อินเดีย  ปากี บังคลาเทศ ศรีลังกา ฯ บางคนก็มาขับแท๊กซี่นี่แหละ  
....................................................

ก่อนจะไปดูอาคารผู้โดยสารขาออกของ KLIA 
มาดู ขนส่งมวลชนที่ต่อเชื่อมกันอย่างเป็นระบบของมาเลเซียบ้าง
เรื่องนี้เป็นความแตกต่างเรื่องที่ 7 ระหว่าง KLIA กับ สุวรรณภูมิ


ซึ่งมีความสำคัญมากที่สุดสำหรับคนเดินทา 

ที่ข้างๆ สนามบิน KLIA มาเลเซีย มี บัสเทอร์มินัล  Airport Coach TERMINAL
มีรถโค้สสภาพดี วิ่งรับ - ส่งระหว่างสนามบินกับตัวเมืองใหญ่ๆ เช่น เมืองอีโปร์ ฯลฯ
โดยไม่ต้องผ่านเข้าตัวเมือง   


 วันที่กลับจากมาเลเซีย ดิฉันนั่งรถโค้สคันนี้จากเมือง IPOH  
ซึ่งอยู่ห่างจากกัวลาลัมเปอร์ประมาณ 280 กม.
ค่ารถ 43 ริงกิต ประมาณ 430 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. 


 มีรถออกจากเมืองอีโปร์ ทุก 2 ชม. กระเป๋าสัมภาระวางอยู่ชั้นล่างของรถ
คนขับรถคันนี้เป็นชาวมาเลย์เชื้อสายจีนฮากกา (客家梅县)  อายุ 60 ปี
พูดได้หลายภาษา  มาเลย์  จีนกลาง กวางตุ้ง  ฮกเกี้ยน  จีนแคะ และ อังกฤษ
สุดยอดมาก นั่งนับนิ้วดู  เขาพูดได้อย่างน้อย 6 ภาษา
ลูกเราอายเลย  การเดินทางครั้งนี้ได้ประโยชน์มาก ได้พาลูกมาเปิดโลกทัศน์
มาดูคนประเทศอื่นแล้วเราจะพบว่าตัวเองกำลังจะตกยุค 


ภายในรถ ที่นั่งกว้างมาก หลังที่นั่งมีที่วางเท้าพับอยู่  
แต่ขาดิฉันยาวไม่พอที่จะหยั่งถึงที่วางเท้า เลยไม่ได้ใช้บริการ


 มีรถหลายบริษัท


พอรถมาเทียบที่สถานีเทอร์มินัล  ขนกระเป๋าลงจากรถก็มีรถเข็นของสนามบินบริการตรงจุดนั้นเลย 
เดินไปขึ้นลิฟท์ ก็ไปถึงที่เช็คอินของสายการบินแล้ว 

............................................................

มาดูสนามบิน KLIA  ขาออกบ้าง




มีโปรเจ๊กเตอร์ยักษ์รายงานสภาพอากาศ อุณหภูมิของเมืองต่างๆ
สลับกับภาพ 360 องศาแถวๆ ชายฝั่งช่องแคบมะละกา
อ้อ ลืมบอกว่าสนามบินอยู่ใกล้ทะเล ตอนท้ายจะเอารูปมาให้ดูนะคะ
มองจากมุมสูงของจริงสีทะเลสวยมากค่ะ 


ภาพ ภายในสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์




เคาร์เตอร์เ้ช็คอินของการบินไทย 


มีเครื่องแลกเงินอัตโนมัติ  แบบนี้ไม่แน่ใจว่าในสุวรรณภูมิมีหรือเปล่า
ขาออกจากสุวรรณภูมิดิฉันแลกเงินส่วนหนึ่งจากเคาร์เตอร์ ธ.ไทยพาณิชย์
เรื่องนี้ไม่สำคัญอะไร  ถ่ายให้ดูเฉยๆ 


 มีบอกอัตราแลกเปลี่ยนไว้


ของที่ระลึก ร่มที่เป็นเอกลักษณ์แบบมาเลเซีย สวยงามมาก


อ้อ กาแฟขาวที่มีชื่อเสียงที่สุดของมาเลเซีย คือ 
กาแฟขาวยี่ห้อ OLD TOWN ซึ่งเป็น OTOP ของเมือง IPOH  
มีร้านอยู่ในสนามบิน KLIA ด้วย  เที่ยวนี้ดิฉันขนกาแฟกลับมาหลายโลเลย  


ชั้นล่างของร้านกาแฟ คือ ด่านตรวจ ตม. 


 ผังของอาคาร



 

 ชอบชุดเขาค่ะ สวย 


ชอบแบบฟอร์มเจ้าหน้าที่หญิงด้วย 

 

 นี่ค่ะ ภาพเครื่องบิน Boeing 777-300 ER
ที่บอกว่าเป็นลำใหม่ล่าสุดที่การบินไทยเพิ่งได้รับมอบมาใช้งานบริการ
ตอนนั่งไม่ได้สนใจค่ะว่าเครื่องทันสมัยยังไง จนกระทั่งกลับมาอ่านจากเพื่อนบล็อกเกอร์
ถึงได้รู้ว่าเราได้นั่งเครื่องที่ทันสมัยสุด และยังร้อนๆ อยู่เลย

 

 รอขึ้นเครื่อง  พอถึงเวลาก็เดินจากจุดนี้ผ่านงวงเชื่อมต่อขึ้นเครื่องได้เลย
ไม่ต้องขึ้นรถลีมูซีนไปวนไกลเหมือนในสุวรรณภูมิ
แต่พอกลับถึงสุวรรณภูมินะคะ
ต้องออกจากเครื่องโบอิ้งที่เย็นฉ่ำมาลงบันไดเครื่องเพื่อขึ้นรถลีมูซีนภายในลานบิน
ปะทะกับแดดเปรี้ยงและความร้อนระอุที่ลอยขึ้นมาจากพื้นปูนในสุวรรณภูมิที่ตากแดด 40 องศา
ตอนประมาณ บ่าย 2 โมง ของวันที่ 6 พฤษภาคม 2013 
คนต่างชาติที่มาสุวรรณภูมิครั้งแรกคิดไงไม่รู้ค่ะ
ขนาดคนไทยอย่างเรารู้สภาพอยู่แล้วยังอดบ่นเสียงดังไม่ได้ว่า 
ร้อน ตัวแทบสุกเลย


 ภาพในสนามบิน KLIA  

 

Kuala Lumpur  to  Bangkok 
บินกลับกรุงเทพฯ ใช้เวลา 1 ชม. 30 นาทีโดยประมาณ 
...............................................
 แถมภาพมุมสูงแถวๆ สนามบิน KLIA นะคะ สีน้ำทะเลสวยเหมือนภาพวาด มีการไล่เฉดสีด้วย
บรรยายไม่ถูก ดูกันเอาเองค่ะ
 

 แถวๆ ช่องแคบมะละกา ค่ะ  ถ้าผิดพลาดอย่างไรผู้รู้ช่วยบอกด้วยนะคะ
 

ที่เห็นสีฟ้าสีครามนี่ ไม่ใช่ท้องฟ้านะคะ เป็นสีน้ำทะเลที่ไล่สีกันเหมือนภาพวาดค่ะ 
บริเวณชายหาดที่มีทรายก็สีอ่อนหน่อย เป็นสีเขียวคราม
ไกลฝั่งออกไปน้ำทะเลลึกขึ้น สีก็จะเข้มขึ้นเป็นสีน้ำเงิน




  

 





 


 


ความแตกต่างที่เห็น 
1.  ป้ายข้อความภาษาจีนในสนามบิน  
     (KLIA มีภาษาจีนนานแล้ว และมีหลายภาษากว่าสุวรรณภูมิ)
2.  เครื่องสแกนรอยนิ้วมือ เพื่อผ่านด่าน ตม.
     (สุวรรณภูมิติดตั้งเครื่องสแกนรอยนิ้วมือ  KLIA ไม่ติดตั้ง)
3.  ห้องน้ำ 
     (สุวรรณภูมิหรูกว่า เฉพาะห้องน้ำในอาคารขาออกหลังผ่านด่าน ตม. ส่วนข้างนอกก็เหมือนกัน)
4.  ระบบต่อเชื่อมให้ผู้โดยสารขึ้นลงเครื่อง
     (KLIA ต่อเชื่อมเข้ากับงวงสะดวกในการขึ้น-ลงเครื่องได้ดีกว่า)
5.  การจัดระบบทางเดินของผู้โดยสารขาเข้า - ขาออก 
     (KLIA ใช้ทางเดินเดียวกัน สุวรรณภูมิแยกกันคนละชั้น)
6.  ระบบขนส่งผู้โดยสารภายในสนามบิน    
     (KLIA มีรถไฟฟ้า  สุวรรณภูมิใช้เท้าเดิน)
7.  ระบบขนส่งมวลชนเชื่อมระหว่างเมืองใหญ่ กับ สนามบิน  
     (KLIA ทำได้ดีกว่า)

เรื่องใหญ่ๆ คือ เรื่องของความสะดวก ซึ่งถือเป็นหัวใจของการเดินทาง

1. การเดินทางสู่สนามบิน ต้องรวดเร็ว สะดวก

2. จากจุดเช็คอินเดินไปขึ้นเครื่อง ต้องสะดวกสำหรับคนทุกวัย รวดเร็ว 
3. การลำเลียงผู้โดยสารขึ้น - ลงเครื่อง  
4. ป้ายชี้นำทาง  เพื่อจะได้ไปถึงจุดหมายอย่างรวดเร็ว

แถมท้ายอีกนิด ไม่ใช่เปรียบเทียบสนามบิน  แต่อยากจะเปรียบเทียบทักษะความสามารถทางภาษาของคน
คนของเขาพูดภาษาได้หลากหลายมาก  แต่ละคนไม่น้อยกว่า 2 - 3 ภาษา คือ ภาษามาเลย์ อังกฤษ จีน   
แต่คนของเราส่วนมากจะพูดได้แค่สองภาษา หรือ สามภาษา 

ขอบคุณที่มาอ่านมาทักทายค่ะ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะคะ


Flag Counter Flag Counter

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น